คุณเป็นโรคติดสมาร์ทโฟนหรือเปล่า?

ปัจจุบัน “สมาร์ทโฟน” เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์เราแทบทุกอย่าง จนบางครั้งทำให้เรารู้สึกขาดมันไม่ได้แม้แต่วันเดียว ซึ่งอาการนี้มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า โรคโนโมโฟเบีย (Nomophobia) ค่ะ หรือพูดง่ายๆ คือเป็นโรคขาดมือถือไม่ได้นั่นเอง แต่อาการขนาดไหน ถึงจะเรียกว่าเข้าข่ายโรคนี้ ก็ต้องดูหลายๆ อย่างประกอบกันนะคะ ซึ่งคุณสามารถสำรวจตัวเองได้จากพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนที่ “มากเกิน” จนผิดปกติ
ความก้าวหน้าของยุคดิจิตอล ทำให้เกือบทั่วทุกมุมโลกต่างก็ใช้สมาร์ทโฟน ในชีวิตประจำวัน ติดตัวตลอดราวกับเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย ด้วยเหตุนี้ โรคนี้เลยอาจจะเกิดขึ้นโดยเพื่อนๆ ไม่รู้ตัว ถ้าอย่างนั้นลองมาสำรวจตัวเองกันหน่อยดีกว่า ว่าคุณเข้าใกล้โรคโนโมโฟเบียมากน้อยแค่ไหน?

พฤติกรรมเหล่านี้ มีแนวโน้มเป็น “โนโมโฟเบีย”

  1. พกโทรศัพท์มือถือติดตัวตลอดเวลา กระวนกระวาย หงุดหงิด ถ้ามือถือไม่ได้อยู่กับตัว
  2. หมกมุ่นอยู่กับการอัพเดทข้อมูลในสมาร์ทโฟน แม้ไม่มีเรื่องด่วน ก็หยิบขึ้นมาดูแทบตลอดเวลา
  3. คุณจะให้ความสำคัญเสียงเตือนโทรศัพท์เป็นอันดับแรก หยิบดูทันที รอไม่ได้ ภารกิจที่กำลังทำจะถูกพักไว้ก่อน ถ้าไม่ได้หยิบดูในทันทีจะขาดสมาธิในการทำภารกิจที่ค้างอยู่
  4. ตื่นนอนปุ๊บ! หยิบสมาร์ทโฟนเป็นอันดับแรก ก่อนนอนก็ยังหลับไปกับการเล่นสมาร์ทโฟน
  5. เล่นโทรศัพท์ประกอบการทำกิจกรรมอื่นในชีวิตประจำวัน เช่น ระหว่างทานข้าว เข้าห้องน้ำ ขับรถ หรือระหว่างนั่งรอรถเมล์ ขึ้นรถไฟฟ้า
  6. กลัวโทรศัพท์ตัวเองหาย แม้ว่าจะวางอยู่ในที่ที่ปลอดภัยแล้วก็ตาม
  7. ไม่เคยปิดโทรศัพท์มือถือเลย
  8. ใช้เวลาพูดคุยกับเพื่อนในโลกออนไลน์มากกว่าคุยกับเพื่อนที่อยู่ตรงหน้าเสียอีก
  9. ลองตั้งใจจะไม่เล่นมือถือสัก 1 ชั่วโมง แต่ไม่สามารถทำได้ ต้องหยิบมือถือขึ้นมาเล่นทุกทีสิ

สารพัดโรคตามมา จาก “โนโมโฟเบีย”

  • นิ้วล็อก นิ้วชา ปวดข้อมือ เส้นเอ็นข้อมืออักเสบ อาการพวกนี้เกิดจากการใช้มือกด จิ้ม สไลด์หน้าจอติดต่อนานเกินไป ยิ่งถ้ารู้สึกว่านิ้วมือเริ่มแข็ง กำแล้วเหยียดขึ้นไม่ได้ ต้องรีบไปพบแพทย์
  • อาการทางสายตา สายตาล้า ตาแห้ง เพราะเพ่งสายตาจ้องหน้าจอเล็ก ๆ นานเกินไป ซึ่งนาน ๆ เข้าจะทำให้จอประสาทตาและวุ้นในตาเสื่อมได้
  • ปวดเมื่อยคอ บ่า ไหล่ เกิดจากเวลาเล่นโทรศัพท์ที่เรามักก้มหน้า ค้อมตัวลง ทำให้คอ บ่า ไหล่ เกิดอาการเกร็ง เลือดไหลเวียนไม่สะดวก หากเล่นนาน ๆ อาจมีอาการปวดศีรษะตามมา

ถึงแม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปแค่ไหน เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าโรคภัยก็ก้าวตามมาไม่ลดละ เช่นกัน เพราะฉะนั้น อย่าลืมมองหาความอุ่นใจด้วยประกันสุขภาพ ที่จะให้ความคุ้มครองได้เสมอ ไม่ว่าโลกไซเบอร์จะรุดหน้าไปแค่ไหนก็ตาม