7 วิธีดื่มน้ำให้ สวย.. หล่อ.. หน้าใส.. มีสุขภาพดี

ร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยน้ำถึง 70% โดยทุกเซลล์จะมีน้ำเป็นองค์ประกอบ และจะมีการหมุนเวียนน้ำในร่างกายตลอดเวลา ดังนั้น น้ำจึงเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญมากต่อมนุษย์เรา ซึ่ง ศ.นพ.สมศักดิ์ วรคามิน อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ยังระบุว่า โรคภัยไข้เจ็บในปัจจุบันก็เริ่มต้นมาจากสาเหตุง่ายๆ แต่ไม่มีผู้ใดให้ความสนใจคือ เราดื่มน้ำน้อยจนเกินไป การดื่มน้ำที่น้อยจนเกินไป ทำให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการขั้นพื้นฐานของร่างกาย เมื่อร่างกายเจ็บป่วยร่างกายจึงเรียกร้องขอน้ำ แต่เรากลับไม่ทราบว่าร่างกายขาดน้ำแต่กลับไปพูดถึงการเป็นโรค และเพื่อการมีสุขภาพที่ดีเราจึงควรทำตามคำแนะนำวิธีในการดื่มน้ำเพื่อให้มีสุขภาพที่ดี 7 ข้อ ดังนี้
  1. ดื่มน้ำสะอาด ปราศจากสิ่งปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  2. ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว โดย 1 แก้วมีขนาดประมาณ 240 ซีซี โดยระยะเวลาที่ควรดื่มในหนึ่งวันอาจเปลี่ยนแปลงได้บ้างเล็กน้อย ตามสะดวกคือ ตื่นนอนตอนเช้า 1 แก้ว ตอนสาย (ประมาณ 09.00-10.00 น.) 2 แก้ว ตอนบ่าย (ประมาณ 13.00-14.00 น.) 3 แก้ว ตอนเย็น (ประมาณ 19.00-20.00 น.) 3 แก้ว และก่อนเข้านอน 1 แก้ว เพื่อให้น้ำที่ดื่มไหลเวียนชะล้างสิ่งที่ตกค้างในลำไส้และกระเพาะอาหาร ถ้าเป็นน้ำอุ่นจะช่วยให้หลับสบาย
  3. ไม่ดื่มน้ำที่ร้อนมากหรือเย็นจัด ถ้าเป็นน้ำอุ่นเล็กน้อยดื่มในตอนเช้าจะทำให้การขับถ่ายดีขึ้น ลำไส้สะอาด
  4. ไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำครั้งละ 2-3 แก้ว ติดต่อกันทันทีให้ดื่มตามปกติ สบายๆ
  5. ไม่ควรดื่มน้ำมากประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนและหลังรับประทานอาหาร
  6. ไม่ควรรับประทานอาหารพร้อมกับน้ำดื่มตลอดเวลา
  7. ควรมีน้ำสะอาดบรรจุขวด สำหรับเป็นน้ำดื่มพกติดตัวขณะเดินทาง

สำหรับใครที่อยากมีสุขภาพดี แข็งแรง สวยหล่อ ขอให้นึกถึงวิธีพื้นฐานธรรมชาติ คือ การดื่มน้ำสะอาดในปริมาณเพียงพอ ตามวิธีที่แนะนำ เพื่อทำความสะอาดชำระล้างอวัยวะภายในร่างกาย ก็จะช่วยให้มีสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้นได้ สำหรับผู้ที่ทำงานกลางแดด ต้องเสียเหงื่อจำนวนมาก หรือคนที่ต้องสูญเสียน้ำในร่างกายมาก เช่น นักกีฬา กรรมกร ย่อมต้องการน้ำมากกว่าคนธรรมดา แต่พบว่ามีคนจำนวนมากมักดื่มน้ำเฉพาะในเวลาคอแห้งหรือกระหายน้ำมากๆ เท่านั้น และสำหรับคนที่ต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับเรื่องสุขภาพของตัวเองแล้วละก็ ลองเลือกซื้อประกันสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งโรคร้ายและอุบัติเหตุ เบี้ยเริ่มต้นสองร้อยกว่าบาทต่อเดือนเท่านั้น เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คุณอุ่นใจในการใช้ชีวิตขึ้นอีกเยอะ